วันพุธ, 6 กรกฎาคม 2565

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายเผารถบรรทุก-รถขยะ อบต.บันนังสตา เสียหาย 3 คัน

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 64 พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รอง ผบช.ภ.9 /รอง ผบ.ศปก.ตร.สน พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบช.ภ.9/รอง ผบ.ศปก.ตร.สน พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระพจน์ ยินดี ผกก.สภ.บันนังสตา และนายอมร ชุมช่วย นายอำเภอบันนังสตา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (ศรศึก–ศรชัย) ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เข้าตรวจสอบที่เหตุ หลังคนร้ายได้ลอบวางเพลิงรถบรรทุกขององค์การบริหารส่วนตำบลบันนังสตา ทำให้ได้รับความเสียหาย จำนวน 3 คัน เหตุเกิด ที่หมู่ 3 บ้านเงาะกาโป ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา  เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 20 ส.ค.64 ที่ผ่านมา

พบที่เกิดเหตุอยู่บริเวณโรงจอดรถของ อบต.บันนังสตา คันแรกเป็นรถบรรทุกน้ำดับเพลิง (รถบรรทุก 10 ล้อ) ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น FVM สีแดง หมายเลขทะเบียน บฉ-4750 ยะลา กระจกประตูข้างซ้ายและภายในหัวเก๋ง ได้รับความเสียหายเล็กน้อย คันที่สอง เป็นรถเฮี๊ยบ รถบรรทุกติดเครน 6 ล้อ ขนาดเล็ก ยี่ห้อฮีโน่ รุ่น expert 300 สีส้ม หมายเลขทะเบียน 80-6951 ยะลา กระจกประตูข้างขวาและภายในหัวเก๋งได้รับความเสียหายเล็กน้อย ส่วนคันที่สาม รถบรรทุกขยะ 6 ล้อ แบบอัดท้าย ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น Forward FTR 240 สีแดง หมายเลขทะเบียน 80-6577 ยะลา หัวเก๋งและเครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้

จากการสอบสวนยามที่ดูแลรักษาความปลอดภัย อบต. ทราบว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ลอบเข้ามาจากด้านหลังของโรงจอดรถ ซึ่งเป็นป่าละเมาะติดกับสวนยางพารา ไม่มีกำแพงกั้นกลาง แล้วใช้ก้อนหินทุบกระจกแล้วใช้ไม้พันกระสอบป่านชุบน้ำมันโยนใส่ภายในเก๋งคนขับ รถเก็บขยะ จนเกิดเปลวไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ยามประจำ อบต. ได้ยินเสียงทุบกระจกและได้กลิ่นเหม็นไหม้ จึงได้ออกมาดูและได้เรียกให้ หน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย มูลนิธิฮิลาลอะห์มัร บันนังสตา (ยล.2) ที่อยู่ในละแวกเดียวกัน ออกมาช่วยและประสานเรียกรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลบันนังสตา เข้ามาระดมฉีดน้ำ เพื่อควบคุมเพลิง ไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารและสำนักงาน จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่วนสาเหตุอยู่ในระหว่างสืบสวนและสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งว่า จะเชื่อมโยง กับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่หรือไม่

ทั้งนี้ รอง ผบช.ภ.9 /รอง ผบ.ศปก.ตร.สน ได้กำชับไปยัง 8 อำเภอของ จ.ยะลา ให้ตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่ราชการในพื้นที่ พร้อมทั้งแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกพื้นที่ ให้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการทุกพื้นที่ เนื่องจากคนร้ายอาจจะเข้าก่อเหตุในพื้นที่อื่น ๆ อีกต่อไป.

————————-