วันจันทร์, 4 กรกฎาคม 2565

ยุทธการ “ฮูแตยือลอ” ทหารพลีชีพอีก 1 ผกร.ดับ 5

ขอสุดีแด่วีรบุรุษผู้กล้าชายแดนใต้ ทหารของชาติปกป้องแผ่นดิน ปกป้องเสรีภาพให้กับไทยทั้งประเทศ หมวดแจ็ค  ร้อยโท กฤษณะ  เพ็ชรจำรัส  ทหารฝีมือดีพลีชีพจากเหตุปิดล้อมปะทะกับผู้ก่อการร้ายที่บาเจาะ   จ.นราธิวาส   ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของหมวดแจ็คมา ณ ที่นี้  

ความคืบหน้าจากเหตุปะทะในดงป่าเสม็ด บ้านฮูแตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หลังจากที่หน่วยกองกำลังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการสนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมาย เพื่อกดดันกลุ่มก่อเหตุรุนแรง ภายใต้ยุทธการ “ฮูแตยือลอ” ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2564 ตลอดระยะเวลา 5 วัน ที่ผ่านมา

พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ลงพื้นที่เพื่อเน้นย้ำและกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนการใช้กำลังอย่างเหมาะสม ดำเนินการบนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน หลีกเลี่ยงการใช้อาวุธกับผู้ก่อเหตุรุนแรง เน้นประสานการทำงานร่วมกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนาในพื้นที่ และญาติของผู้ก่อเหตุรุนแรง เข้าพูดคุย เจรจา เกลี้ยกล่อมให้ยอมเข้ามอบตัว เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย

 

แต่กลุ่มก่อเหตุรุนแรงยังคงปักหลักเลือกที่จะใช้ความรุนแรง โดยไม่ส่งสัญญาณว่าจะขอมอบตัวแต่อย่างใดล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 03.45 น.ของวันที่ 3 ตุลาคม 2564 กลุ่มก่อเหตุรุนแรงได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่กองกำลัง เพื่อที่จะเปิดทางฝ่าวงล้อมหนีการจับกุม จนเกิดการยิงปะทะกันเป็นระลอกๆ ทำให้ ร้อยโท กฤษณะ เพ็ชรจำรัส อายุ 38 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยนายทหารฝ่ายยุทธการ กรมทหารพรานที่ 45 ถูกกระสุนปืนเข้าที่เสื้อเกราะแล้วแฉลบขึ้นบนเข้าที่ศรีษะ และเสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล และนับเป็นทหารนายที่ 2 ที่พลีชีพจากเหตุปะทะในครั้งนี้ โดยกำลังพลนายแรกที่พลีชีพเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา คืออาสาสมัครทหารพรานวัฏจักร พรหมนุ้ย อายุ 25 ปี สังกัด ฉก.ทพ.46 ปฏิบัติหน้าที่ประจำหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.นราธิวาส

สำหรับพิธีรดน้ำศพ ร้อยโทกฤษณะ เพ็ชรจำรัส จะจัดขึ้นในเวลา 14.00 น.ของวันนี้ ที่วัดบางนรา อ.เมืองนราธิวาส ก่อนจะส่งศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อ.นาบอน จ.พัทลุงต่อไป

สำหรับรายชื่อ ผกร.ที่เสียชีวิต 5 ราย ยังไม่สามารถยืนยันแน่ชัด ประกอบด้วย

1.นายอัฎฮา ยูกะ

2.นายบารูวัน กือจิ

3.นาย ฮาซัน สามะ

4.นายซูเฟียน ยูโซ๊ะ

5.นายอับดุลเลาะห์ อูแล