แถลงคืบหน้าปิดล้อมบังคับใช้กฎหมาย วิสามัญผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ฮูแตยือลอ บาเจาะ นราธิวาส

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ( 4 ต.ค. 2564 ) พันเอก เกียรติศักดิ์  ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้แถลงความคืบหน้าเหตุการณ์เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ป่าพรุ บริเวณ ม.6 บ้านฮูแตยือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หลังจากเมื่อวานนี้ (3 ต.ค.64) คนร้ายได้ยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อพยายามเปิดทางหลบหนีออกจากวงล้อม จนเกิดการปะทะกันขึ้น ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย

1.นายบารูวัน กือจิ มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 2 หมาย กรณียิงนายมูฮำมัดซับรี สาและ อส.อ.บาเจาะ เสียชีวิต เมื่อ 10 มี.ค.64 และกรณีใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่จุดตรวจด้านข้าง สภ.บาเจาะ เมื่อ 14 ก.พ.64

2.นายอัสซัน สามะ มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 1 หมาย กรณีลอบวางระเบิด จนท.ทหาร นย. เสียชีวิต จำนวน 3 นาย เมื่อ 13 พ.ค.48

3.นายอับดุลเลาะ อูแล มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 2 หมาย กรณีร่วมกันก่อการร้ายและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 มี.ค.53  และวันที่  22 เม.ย.56

4.นายอัฏฮา ยูกะ มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 1 หมาย กรณียิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.57

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดอาวุธของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 4 กระบอก ประกอบด้วย อาวุธปืนAK-47  จำนวน 1 กระบอก ,ปืน M.16 A1 จำนวน  2 กระบอก และ ปืนพก CZ จำนวน 1 กระบอก ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะได้นำไปตรวจสอบแหล่งที่มาและประวัติการก่อเหตุที่กลุ่มคนร้ายนำไปใช้ต่อไป

โดยขณะนี้การปฏิบัติในพื้นที่ปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากยังคงพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอีกจำนวนหนึ่งที่พยายามยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนีตลอดเวลา 

ทั้งนี้การปฏิบัติตลอด 6 วันที่ผ่านมา พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนาย ได้ใช้ความอดทนในการปฏิบัติ และเน้นการเจรจาและเชิญผู้นำศาสนาผู้นำท้องที่ เข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อม ให้ผู้ก่อเหตุที่ยังคงหลบซ่อนออกมามอบตัวเพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงกลับเลือกที่จะใช้อาวุธยิงเข้ามายังเจ้าหน้าที่ก่อนทำให้มีความจำเป็นต้องยิงตอบโต้และเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ก่อเหตุเสียชีวิตถึง 4 ราย อีกทั้งในห้วงที่มีการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้พยายามก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในทุกรูปแบบ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและดึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้เข้าไประงับเหตุที่เกิดขึ้นโดยมีหลายเหตุการณ์ที่มุ่งกระทำต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์รวมทั้งทรัพย์สินของทางราชการให้ได้รับความเสียหาย เช่น กรณีคนร้ายขว้างระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์ และใช้อาวุธปืนสงครามยิง ใส่จุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย บริเวณถนนจารุเสถียร เขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ทำให้ เจ้าหน้าที่ อส. ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 นาย และราษฎร ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย

1.นายหมู่โท มะนาวี กอเด ถูกสะเก็ดระเบิด มีบาดแผลบริเวณหน้าผาก

2.นายเฉลิมพล พื้นผา ถูกกระสุนปืนบริเวณ ข้อเท้าซ้าย

3.น.ส.ภัทราวดี พรหมชื่น ถูกกระสุนปืน บริเวณแขนขวา

4.ด.ญ.รริดา พรหมชื่น อายุ 1 ขวบ ถูกกระสุนปืนบริเวณเท้าขวา

รวมทั้งเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืน ซุ่มยิงรถไฟขบวน 454 สาย สุไหง-โกลก – ยะลาบริเวณ บ้านดือแย ม.4  ต.สาวอ  อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กระสุนถูกบริเวณหัวรถจักรเกิดความเสียหาย ส่งผลทำให้การเดินทางของรถไฟขบวนดังกล่าวต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ ส่งผลต่อสภาพจิตใจและสร้างความหวาดกลัวแก่พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก จะเห็นได้ว่าการกระทำดังกล่าวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมุ่งหวังที่จะสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อน และความสูญเสียของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนรวมทั้งไม่คำนึงถึงหลักการอันดีงามของศาสนา

ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจในมาตรการการควบคุมพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมาย ของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ซึ่งได้ดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความระมัดระวัง ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้น กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน จึงจำเป็นต้องตอบโต้ จนนำไปสู่เหตุการณ์ความสูญเสียดังกล่าวรวมทั้ง ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่โทรเข้ามาแจ้งเบาะแสให้ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ทราบโดยตรง หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรง   แม่ทัพภาคที่ 4 หมายเลขโทรศัพท์ 061 – 173 – 2999 หรือเบอร์สายด่วน 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

—————————-