วันศุกร์, 3 ธันวาคม 2564

“พลเอกประวิตรลงใต้” ตรวจติดตามงานด้านการพัฒนาและความมั่นคงในพื้นที่

เมื่อวันที่ (6 พ.ย. 64) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ตรวจติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำหลากในพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา พร้อมทั้งร่วมประชุมกับส่วนราชการและภาคเอกชน เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมบริเวณปากแม่น้ำเทพาและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายวรณัฎฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อตรวจ ติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณปากน้ำเทพา รวมถึงสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนของจังหวัดสงขลา โดยได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด รวมถึงวางแผนการระบายน้ำพื้นที่ชุมชนให้รอบคอบรัดกุม ควบคู่กับการวางแผนเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ได้กำชับให้ทางสำนักงานทรัพยากรแห่งชาติ บูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนแผนงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำให้ทันต่อเหตุการณ์ ทั้งระบบผ่านกลไกของคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด และให้กรมชลประทานเร่งรัดดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ระยะที่ 2 ให้พร้อมรองรับฤดูฝนนี้ด้วย

ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้พิจารณาแผนงานโครงการด้านน้ำของหน่วยงานต่างๆ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งของจังหวัดสงขลา โดยผลักดันให้มีการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำในลำน้ำสาขาต่างๆ และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายในลำน้ำสำคัญ เช่น คลองนาทวี คลองเทพา คลองรัตภูมิ คลองอู่ตะเภา เป็นต้น รวมถึงปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยในช่วงปี 2561-2564 หน่วยงานต่างๆ ได้มีการพัฒนาแหล่งน้ำทั้งสิ้น 962 โครงการ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำกักเก็บเพิ่มขึ้นเกือบ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับประโยชน์ 11,763 ไร่ พื้นที่ได้รับการป้องกัน 36,605 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 95,051 ครัวเรือน เช่น สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ เขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองอู่ตะเภา และขุดลอกร่องน้ำร่องกลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง เป็นต้น

ขณะที่แผนงานโครงการงบบูรณาการ ปี2564 มีทั้งสิ้น 51 โครงการ พื้นที่รับประโยชน์ 10,445 ไร่ พื้นที่ได้รับการป้องกัน 13,056 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 6,717 ครัวเรือน เช่น แก้มลิงคลองลำทับ แก้มลิงคลองทราย ประตูระบายน้ำคลองลำพีระ และแผนในปี’66 รวม 17 โครงการ ปริมาณน้ำกักเก็บเพิ่มขึ้น 33 ล้านลูกบาศก์เมตร รับประโยชน์ 38,807 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 43,944 ครัวเรือน เช่น แก้มลิงฉลุง ระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองสงขลา พัฒนาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ และอ่างเก็บน้ำคลองแก้ว เป็นต้น

ในส่วนของการดำเนินโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะบริเวณปากน้ำเทพา อำเภอเทพาจังหวัดสงขลานั้น จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการพังทลายของตลิ่งแม่น้ำในพื้นที่โครงการได้ สามารถขุดลอกเพิ่ม ประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณริมชายฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมการเดินเรือและขนส่งทางน้ำได้ อย่างสะดวกและปลอดภัย ซึ่งเป็นความทุกข์ใจของประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลาที่ได้รับผลกระทบและความเสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วมมาโดยตลอดระยะเวลาหลายสิบปี

จากนั้น พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่มารอให้การต้อนรับ พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาล ที่มุ่งสร้างประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

ขณะที่บรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและชุดรักษาความปลอดภัย คอยตรวจสอบความปลอดภัยในพื้นที่และตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้าร่วมงานในครั้งนี้อย่างเข้มงวด

 

——————————–