วันศุกร์, 3 ธันวาคม 2564

ตรวจเยี่ยมการฝึกทบทวน Unit School เสริมสร้างความแข็งแรงของกำลังพลในพื้นที่

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 เวลา 1400 น. ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส  พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พร้อมด้วย พันเอก ก่อเกียรติ เข็มแดง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม การฝึกทบทวน Unit School  ของชุดปฎิบัติการ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 (กองหนุน) โดยได้รับฟังบรรยายสรุป การปฎิบัติงานที่สำคัญในห้วงที่ผ่านมา และแผนการปฎิบัติงานในห้วงต่อไป รวมถึงภาพรวมสถานการณ์ในพื้นที่ และแผนการฝึกทบทวน Unit School  โดยมี พันเอกพิจักษณ์ บุปผาพันธุ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 10 และกำลังพลร่วมให้การต้อนรับ

จากแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ประจำปี 2565 ให้หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 10 เป็นกองหนุนให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยขึ้นควบคุมทางยุทธการกับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อให้การปฏิบัติสอดรับกับภารกิจ และสามารถตอบสนองข้อสั่งการ ตลอดจนนโยบายของผู้บังคับบัญชาได้ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 จึงมีดำริให้จัดตั้งกองอำนวยการฝึกชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมกำลัง เตรียมความพร้อมให้กับชุดปฏิบัติการให้มีความรู้ เพิ่มขีดความสามารถ และต้องพร้อมอยู่เสมอที่จะปฏิบัติภารกิจเมื่อได้รับมอบหมาย และได้ทำการคัดสรรครูฝึกที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ จากทุกส่วนของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 เพื่อทำการฝึกสอน และทบทวนการปฏิบัติให้กับผู้เข้ารับการฝึก โดยได้วางหลักสูตรให้สอดคล้อง โดยอ้างอิงตำราการฝึก และหลักสูตรจากศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งมีวิชาที่สำคัญแบ่งย่อยได้ทั้งสิ้น 4 สถานีวิชาหลัก และ 2 สถานีวิชาเสริม ได้แก่ สถานีที่ 1 วิชาการปฏิบัติทางยุทธวิธี ฯ ทำการฝึกสอนในเรื่องการจัดชุดปฏิบัติการ, รูปขบวนชุดปฏิบัติการ, การตั้งฐานลาดตระเวน 7 ขั้นตอน, การปฏิบัติฉับพลัน(การต่อต้านการซุ่มโจมตี) และการปฏิบัติต่อวัตถุต้องสงสัย , สถานีที่ 2 หลักการ Back to basic ดำเนินการฝึกสอนในเรื่อง ระเบียบการนำหน่วย 8 ขั้นตอน การพิจารณาภูมิประเทศทางทหาร OCOKA การพิจารณาการปฏิบัติการทางทหาร การระวังป้องกันตนเองแบบชุดปฏิบัติการ และแบบคู่บัดดี้ การระวังป้องกันฐานปฏิบัติการ มาตรการนอก 3 ใน 4 และการติดต่อสื่อสารทางยุทธวิธี , สถานีที่ 3 การตั้งจุดตรวจจุดสกัด ดำเนินการฝึกในเรื่องความมุ่งหมายของจุดตรวจจุดสกัด การจัดกำลัง 4 ส่วน  และอันตรายหรือภัยคุกคามทั้ง 3 ช่องทาง, สถานีที่ 4 การยิงปืนทางยุทธวิธี หลักพื้นฐานการยิงปืน ทักษะการใช้อาวุธ การยิงปืนฉับพลัน และการยิงปืนในเวลากลางคืน , สถานีที่ 5 การปฐมพยาบาลผู้ป่วยเจ็บทางยุทธวิธี ดำเนินการฝึกในเรื่องการดูแลผู้ป่วยเจ็บระหว่างการปะทะ เทคนิคการดูแลผู้ป่วยเจ็บในพื้นที่หลังการปะทะ การลำเลียงผู้ป่วยเจ็บในสนามรบ และหลักการปฐมพยาบาลผู้ป่วยเจ็บเบื้องต้น และสถานีที่ 6 ความรู้ทั่วไป ดำเนินการฝึกสอน เรื่องกฏการใช้กำลัง เรื่องยุทธวิธีฝ่ายตรงข้าม การใช้แผนที่เข็มทิศ และการใช้เครื่องมือพิเศษ โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 10 ดำเนินการฝึกศึกษาในรูปแบบ Unit School ให้กับกำลังพลภายในหน่วย เพื่อเป็นการทบทวนความรู้ ความสามารถ และเพิ่มทักษะตลอดจนให้กำลังพลนำความรู้ไปใช้ประกอบการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเต็มขีดความสามารถ ตานโยบายและบรรลุวัตถุประสงค์ของผู้บังคับบัญชา สำหรับการจัดการฝึกทบทวนกำลังพลภายในหน่วย (Unit School) เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งเพิ่มความชำนาญให้กับกำลังพลให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย ทั้งในรูปแบบการฝึก และการปฏิบัติงานจริง เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนสามารถตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามได้ ทั้งนี้การฝึกทบทวนดังกล่าวได้จัดขึ้น ภายใต้มาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid19 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้  พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่า ตามนโยบายของ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก และ พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่ให้หน่วยปรับการจัดการฝึกในห้วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หน่วยไม่สามารถจัดการฝึกเป็นปกติได้ จึงให้จัดการฝึกในรูปแบบการจัดตั้งโรงเรียนในหน่วยทหาร (Unit School) นำกำลังพลเข้ารับการฝึกทบทวนพื้นฐานทั้งเป็นบุคคล และเป็นหน่วยขนาดเล็ก เพื่อให้กำลังพลมีความรู้ตามตำแหน่งหน้าที่ มีความพร้อมสามารถปฏิบัติภารกิจได้ตลอดเวลา  โดยการทบทวนความรู้ในหน้าที่นั้น แม้สถานการณ์ไวรัส COVID-19 ยังดำรงอยู่ แต่การปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศยังคงเข้มข้นตามปกติ ดังนั้นการเรียนการสอน “Unit School“ จึงมีความสำคัญ ฝึกเพื่อดำรงไว้ซึ่งความพร้อม คงสมรรถนะ ขีดความสามารถของกำลังพลและหน่วยทหารให้มีความพร้อมอยู่เสมอ อีกทั้งการดำเนินการต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาหน่วยงาน เสริมสร้างความแข็งแรงของกำลังพล และการปรนนิบัติบำรุงยุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อมใช้ตลอดเวลา นอกจากนี้ พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวอีกว่าการปฏิบัติงานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นั้นให้หน่วยได้นำ การฝึกในมิติต่างๆ มาพิจารณา ทบทวน เพื่อกำหนดบทบาทและภารกิจให้สอดคล้องกับภัยคุกคามที่จะต้องเผชิญในอนาคตต่อไป

—————————————