วันจันทร์, 23 พฤษภาคม 2565

เร่งแกะรอยผู้ต้องสงสัยวางระเบิดทหาร รปภ.พระที่รือเสาะ

เมื่อวันที่ (12 ธ.ค.) จากกรณีคนร้ายลอบระเบิดทหารพรานชุด รปภ.พระสงฆ์เดินบิณฑบาต สังกัดกรมทหารพรานที่ 46 ขณะเดินบนถนนรือเสาะสนองกิจ ม.10 ต.รือเสาะ จ.นราธิวาส วานนี้ ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย คือ อส.ทพ.อนันต์ รัตนบุรี และ อส.ทพ.ฤทธิพร ทองแก้ว ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรือเสาะนั้น

พล.ต.ต.แวสาแม สาและ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส เปิดเผยว่า จากการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บนเสาไฟฟ้า 2 จุด จากเส้นทางตลาดรือเสาะ มุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุ บันทึกพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายเอาไว้ได้ โดยเสาไฟฟ้าจุดแรกที่ติดตั้งไว้ที่ถนนพาดทางรถไฟของสถานีรถไฟรือเสาะ บันทึกไว้เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 10 ธ.ค. พบคนร้าย 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน คันนำหน้าเป็นผู้ชายขี่คนเดียว ส่วนคันที่ 2 ซึ่งขี่ตามหลัง คนขับขี่เป็นผู้ชาย ส่วนคนนั่งซ้อนท้ายเป็นผู้ชายแต่อำพรางสวมใส่ชุดสุภาพสตรี หรือฮิญาบ ซึ่งในมือทั้ง 2 ข้างมีลักษณะประคองถุงพลาสติกสีดำ ขับขี่วนเวียนอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ เหมือนลักษณะคล้ายกับหาจุดวางระเบิด

พล.ต.ต.แวสาแม กล่าวว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ไล่กล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุระเบิด พบว่ากล้องวงจรปิดบันทึกพฤติกรรมของคนร้ายเอาไว้ได้ทั้ง 3 คน โดยในเวลา 18.28 น.ของวันเดียวกัน คนร้ายทั้ง 3 คนได้จอดรถจักรยานยนต์แล้วให้ผู้ชายที่แต่งกายในชุดสุภาพสตรี หรือฮิญาบ ลงจากรถ ถือถุงพลาสติกสีดำไปวางพิงไว้ข้างถังใส่ขยะขนาดบรรจุ 200 ลิตร ในการปะปนกับขยะมูลฝอยที่วางเกลื่อนกลาดรอบถัง จากนั้นคนร้ายทั้ง 3 คน ต่างพากันขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าหลบหนีเข้าไปในซอยบาเร๊ะ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 40 เมตร มีสภาพเป็นถนนซอยมีผู้คนอาศัยอยู่น้อย และมีป่าที่รกทึบทั้ง 2 ข้างทาง ซึ่งง่ายต่อการหลบหนีหลังวางระเบิดแล้วเสร็จ

พล.ต.ต.แวสาแม ยังเปิดเผยว่า ภาพกล้องวงจรปิดทั้ง 2 จุด ที่บันทึกพฤติกรรมของคนร้ายเอาไว้ได้ เจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญในการนำภาพให้คมชัด เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับรูปพรรณสัณฐานของกลุ่มบุคคลที่อยู่ในทำเนียบก่อเหตุคดีความมั่นคง รวมไปถึงบุคคลที่เคยก่อคดีความมั่นคงในพื้นที่ อ.รือเสาะ พร้อมได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ชุดนอกเครื่องแบบในการแกะรอยพฤติกรรมบุคคลต้องสงสัยในทางลับ เพื่อนำข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เมื่อพบว่ามีหลักฐานเพียงพอ เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวมาทำการสอบปากคำ ซึ่งเป็นแนวทางในการหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

————————-