วันจันทร์, 23 พฤษภาคม 2565

จนท.ป่าไม้ ตชด. และอส. จับชายบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง ปลูกผลไม้ ปลูกยางพารา 2 จุด พร้อมอาวุธปืน 1 กระบอก

13 เม.ย. 2022
692

วันนี้ (13 เม.ย. 65) ร.ต.อ.มาตุภูมิ ธรรมเนียม หัวหน้าชุดปฏิบัติการการข่าว ร้อย ฉก.ตชด.445 สืบทราบว่ามีชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง หลายแปลง จึงประสาน พ.ต.ท.อรรถพล จินตาคม ผบ.ร้อย ตชด.445 , นายพิชัย แก้วจำรัส ปลัดอำเภอเบตง นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด.445 , ชุดเฝ้าตรวจชายแดน4405 , ฉก.ตชด.445 , อส.อำเภอเบตง ออกลาดตระเวนตรวจปราบปรามการกระทำผิด โดยขี่รถจักรยานยนต์ไปตามเส้นทางบ้านบ่อน้ำร้อน-บ้านเหมือง จนไปถึงบริเวณบ้านบาเร็ตตู้ หมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ได้เดินเท้าตามเส้นทางสวนยางพาราสวนผลไม้ ขึ้นเขาสูงชันประมาณ 2 กิโลเมตร ก็พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุก จำนวน 2 แปลง

แปลงแรก พบนายฉัตรชัย ชุมปลา อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112/3 หมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ กำลังพรวนดินรอบๆต้นทุเรียน ตรวจสอบมีการแผ่วถางปลูกผลไม้ ทั้งทุเรียน มังคุด สภาพป่าที่ถูกบุกรุกทำลาย มีการโค่นต้นไม้ กานต้นไม้ เพื่อจะให้ต้นไม้ยืนต้นตาย พบของกลาง จำนวน 2 รายการ 1. มีดและเลื่อย เจ้าหน้าที่ตรวจที่เพิงพักก็ยังพบอาวุธปืนยาว ขนาด .22 รุ่น CZ452-2EZKM และ 2.เครื่องกระสุน ขนาด.22 แอลอาร์ จำนวน 31 นัด เจ้าหน้าที่จึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.4 (บ่อน้ำร้อน-จันทรัตน์) เข้ามาตรวจวัดพื้นที่ป่า พบว่า พื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถาง เนื้อที่จำนวน 2-3-47 ไร่

จุดที่ 2 อยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 500 เมตร พบมีการโค่นปลูกยางใหม่ พื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง เนื้อที่จำนวน 1-3-40 ไร่ แปลงนี้ยังมีต้นกระถินณรงค์ต้นใหญ่หลงเหลืออยู่ ซึ่งหน่วยงานรัฐได้ร่วมกันปลูกนานมาแล้ว หลังจากที่พื้นที่ป่าบริเวณนี้เคยถูกบุกรุก และทางเจ้าหน้าที่เคยทำการตรวจยึดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ปลูกต้นกระถินณรงค์ไว้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า แต่ก็มาถูกบุกรุกซ้ำ สอบถามนายฉัตรชัย ก็ทราบว่าเป็นที่ของตนเช่นกัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงมอบหมายให้ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ยล.4 เป็นผู้ร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เบตง ต่อไป

ทั้งนี้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุดซึ่งแยกไปอีกเส้นทาง ก็พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกเป็นหย่อม ๆ ยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่เดินขึ้นไปบนภูเขาสูง ก็ยิ่งมองเห็นพื้นที่ป่าถูกบุกรุกได้อย่างชัดเจน บางแห่งพื้นที่ป่าถูกบุกรุกเกือบถึงเขตแดนประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งในพื้นที่อำเภอเบตง ชาวบ้านที่บุกรุกป่า ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ โค่นป่าที่ติดกับสวนของตนไปทีละเล็กทีละน้อย โดยใช้วิธีกานต้นไม้ รอบโค่นแล้วทายาเพื่อให้ต้นไม้ยืนต้นตาย ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน ซึ่งยากแก่การเข้าตรวจสอบจับกุมของเจ้าหน้าที่ เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงผู้บุกรุกก็หนีหายไปหมดแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ทำได้เพียงตรวจยึด จากนั้น ผู้บุกรุกก็จะย้อนกลับมาดำเนินการทำต่อ จนปัจจุบันพื้นที่ป่าในอำเภอเบตงเหลือน้อยลงทุกที เพราะพอมีโครงการต่าง ๆ ของรัฐเข้ามา ชาวบ้านก็จะมาเข้าร่วมโครงการ เพื่อทำให้ที่ป่าซึ่งเป็นพื้นที่บุกรุก จะได้ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็จะไม่สามารถดำเนินการจับกุมได้อีกเพราะมีเอกสารสิทธิ์ ทั้ง ๆ ที่ เมื่อวัดพิกัด จีพีเอส จากดาวเทียม พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเบตง

————————–