วันจันทร์, 23 พฤษภาคม 2565

ประณามความเถื่อนโจรใต้ ซ้ำเติมชีวิตประชาชน ไม่ให้ความสำคัญการพูดคุยเพื่อสันติสุขที่ได้กล่าวจะยุติการก่อเหตุในเดือนรอมฎอน

ล่าสุดเมื่อ 15 เม.ย.65 เกิดเหตุระเบิด บริเวณพื้นที่ ข้างบ่อน้ำ บ้านละหาร หมู่ที่ 8 ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้ นายนาวี ประมนต์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ที่ 8 ต.แป้น อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณลำตัว เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เหตุเกิดขณะ นายนาวี ฯ พร้อมกับเพื่อนอีกจำนวน 1 คน ได้ขับขี่รถ จยย. เพื่อเดินทาง เข้าไปหาปลาที่บ่อน้ำในหมู่บ้าน เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ นายนาวีฯ พบถุงต้องสงสัย วางอยู่บริเวณข้างทาง จึงได้ไปหยิบยกขึ้นมา ทำให้เกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว ส่วนเพื่อนของนายนาวีฯไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จากการตรวจสอบเบื้องต้น เป็นระเบิดแสวงเครื่องไม่ทราบภาชนะบรรจุ คาดว่าจุดชนวนด้วยการกด/เลิกกด (รอเหยื่อมากระทำ) โดยคนร้ายนำระเบิดซุกซ่อนไว้ในบริเวณข้างทาง หลังเกิดเหตุ คนร้ายได้นำวัตถุต้องสงสัย ซึ่งมีลักษณะเป็นไห มาวางไว้บริเวณข้างทาง ก่อนถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ประมาณ 50 เมตร พร้อมทั้งโปรยกระดาษใบปลิวตามเส้นทาง 

ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 จนท.ชุด EOD ภ.จว.ปัตตานี เข้าดำเนินการตรวจสอบ/เก็บกู้ วัตถุต้องสงสัยดังกล่าว ระหว่างที่ จนท.ชุด EOD ทำการตรวจสอบ ได้เกิดระเบิดขึ้น แรงระเบิดทำให้ จนท.ชุด EOD ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นาย นำส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชสายบุรี ทราบชื่อดังนี้.-

1.ด.ต.เกษม บัวเทศ อายุ 50 ปี มีบาดแผลฉีกขาดบริเวณขาขวา ,บริเวณมือซ้ายหักกระดูกผิดรูป และนิ้วมือด้านซ้ายฉีกขาด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่งต่อ รพ.สงขลานครินทร์ (รพ.มอ.หาดใหญ่)

2.ด.ต.ทนงศักดิ์ เจ๊ะสา อายุ 40 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณใบหน้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่งต่อ รพ.สงขลานครินทร์ (รพ.มอ.หาดใหญ่)

3.ร.ต.อ.พนม ขวัญอ่อน อายุ 50 ปี มีบาดแผลฉีกขาดบริเวณหน้าขาด้านขวา ได้รับบาดเจ็บ แพทย์ทำการรักษาและให้นอนพักฟื้นเฝ้าดูอาการ  ณ รพ.สมเด็จพระยุพราชสายบุรี

จากการตรวจสอบ ที่เกิดระเบิด พบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องไม่ทราบภาชนะบรรจุและการจุดชนวน โดยคนร้ายนำระเบิดมาซุกซ่อนไว้ข้างทาง ห่างจากจุดแรกประมาณ 50 เมตร

ขอประณามการกระทำที่ป่าเถื่อนและไร้ซึ่งมนุษยธรรมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จชต. ที่ใช้ความรุนแรงลอบวางระเบิดหวังสังหารชาวบ้านทำมาหากิน ถือเป็นความตั้งใจละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่ให้ความสำคัญการพูดคุยเพื่อสันติสุขที่ได้กล่าวจะยุติการก่อเหตุในเดือนรอมฎอน ด้วยการสร้างความกลัวจากการก่อเหตุรุนแรงมาโดยตลอด  นอกจากนั้น ยังเป็นการซ้ำเติมความยากลำบากของประชาชนในพื้นที่จากปัญหาโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้น  ทั้งนี้ กลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าว สมควรได้รับการประณามร่วมกันอย่างกว้างขวาง

—————————-