วันเสาร์, 13 สิงหาคม 2565

เสพสื่ออย่างมีสติ อย่าหลงเชื่อ Fake News

จากกรณีมีเพจสื่อสังคมออนไลน์ได้บิดเบือนข้อมูลตัดต่อภาพกล่าวหาใส่ร้ายว่าเจ้าหน้าที่นำกำลังพร้อมอาวุธบุกเข้าหมู่บ้านโฉลง มีการข่มขู่วัยรุ่นละเมิดสิทธิมนุษยชนการไปร่วมงานฉลองฮารียารอ ที่หาดวาสุกรี อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 65 โดยได้อ้างที่มาของข้อมูลมาจากเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี Hap

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าข่าวดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดเข้าไปข่มขู่วัยรุ่นที่ไปร่วมงานฉลองฮารีรายอ และก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่เจ้าหน้าที่จะไปทำแบบนั้น เจ้าหน้าที่มีแต่การร่วมส่งเสริมกิจกรรมในเชิงอัตลักษณ์ของพี่น้องประชาชนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนาด้วยความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ขณะภาพที่ปรากฏนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 47 ได้ไปต้อนรับนายอำเภอกรงปีนังในโอกาสตรวจเยี่ยมการสร้างบ้านให้กับประชาชนที่ยากจนในพื้นที่บ้านโฉลง ต.ปุโรง อ.กรงปีนัง เมื่อวันที่ 4 พ.ค. เวลา1030 เป็นภาพเก่าที่สื่อแนวร่วมนำมาตัดต่อเพื่อต้องการใส่ร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ



โดยรายละเอียดในวันนั้นกำลังพลชุดช่าง ร้อย.ฉก.ทพ.4704 ร่วมกับผู้นำชุมชน, ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันซ่อมแซมบ้านให้กับผู้ยากไร้ตามโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนใต้ ประจำปี 2565 จำนวน 3 หลัง คือ 1.นายมะแอ เจะหะ บ้านเลขที่ 68/3 ม.3 บ.ตะโละปานะ ต.ปุโรง อ.กรงปินัง จ.ยะลา 2. นางแมะเนาะ สาและ บ้านเลขที่ 34/1 ม.2 บ.ปุโรง ต.ปุโรง อ.กรงปินัง จ.ยะลา 3.นางไซนูน ยะยือริ บ้านเลขที่ 8/17 ม.1 บ.โฉลง ต.ปุโรง อ.กรงปินัง จ.ยะลา โดยนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดยะลา กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้มอบวัสดุ

 เพจสื่อแนวร่วมยังคงพยายามบ่อนทำลายสันติสุขในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการปลุกระดมผ่านสื่อโซเชียลสร้างความเกลียดชัง แตกแยกให้เกิดขึ้นกับสังคม โดยการอาศัยห้วงวันฉลองฮารีรายอของพี่น้องมุสลิมมาเป็นตัวชูโรงในการสร้างความรู้สึกร่วมต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการกล่าวหาใส่ร้ายตัดต่อภาพเจ้าหน้าที่ขณะทำหน้าที่ในงานส่งมอบบ้านให้คนยากจน นำมาตีไข่ใส่สีเพื่อใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือเจ้าหน้าที่รัฐ และดิสเครดิตในเรื่องกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข จชต.

การบิดเบือนความจริงของกลุ่มแนวร่วมขบวนการผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นกระแสทางสังคม เพื่อหวังผลความรู้สึกร่วมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่งกับการที่เราไม่รู้เท่าทัน ซึ่งจะตกเป็นเครื่องมือช่วยกระพือข่าวลือจากปากสู่ปากเหมือนไฟลามทุ่ง จนนำไปสู่การเข้าใจผิดจนยากที่จะแก้ไข ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนบริโภคข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง คิดก่อนเชื่อ เช็คก่อนแชร์ ตั้งสติก่อนโซเชียล และหากมีข้อสงสัยให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อนจากหน่วยทหารหรือหน่วยงานรัฐในพื้นที่ มิเช่นนั้นจะเป็นดั่งเช่นเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา.