วันจันทร์, 4 กรกฎาคม 2565

แม่ทัพภาคที่ 4 เผยเหตุโจมตีสถานีตำรวจน้ำตากใบ เชื่อมโยงภัยแทรกซ้อน

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2565 เวลา 14.00 น. พลโท เกรียงไกร  ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตำรวจโท นันทเดช  ย้อยนวล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุคนร้ายลอบโจมตี สถานีตำรวจน้ำตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ก่อนเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางการปฏิบัติงาน คุมเข้มพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เข้าพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ สอบถามเหตุการณ์จากชาวบ้านในพื้นที่ รวมไปถึงผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณที่เกิดเหตุ ภายในสถานีตำรวจน้ำตากใบ ริมแม่น้ำโกลก ต่อเนื่องซอยถนนด่านเก่า ที่ทำการหน่วยสืบสวนปราบปรามทางทะเลนราธิวาส ทั้งนี้ได้ให้กำลังใจแก่ผู้ประกอบการร้านค้า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมสนับสนุนสินค้ามอบให้แก่หน่วยในพื้นที่เพื่อขวัญและกำลังใจต่อไป

หลังการลงพื้นที่ แม่ทัพภาคที่ 4 เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงสถานการณ์ ตลอดจนหารือถึงปัจจัยและสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากหลายเหตุการณ์โดยการรุกหนักของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย การตอบโต้จากกลุ่มภัยแทรกซ้อนที่เสียผลประโยชน์ ทั้งการเข้าไปตรวจค้นคลังสินค้าหนีภาษี การกวาดล้างยาเสพติด และการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ ขณะนี้อยู่ในขั้นการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และหลักฐานจากกล้องวงจรปิด CCTV ทั้งหมด เพื่อติดตามเส้นทางจนนำไปสู่การระบุตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ และดำเนินการตามกฎหมายได้ในที่สุด

จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ดังกล่าว แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากหลายเหตุการณ์โดยการรุกหนักของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย และปราบปรามยาเสพติดในช่วงที่ผ่านมา แต่เราสังเกตุเห็นว่าในช่วงรอมฎอนเหตุการความรุนแรงสงบลง นั่นหมายความว่าข้อตกลงยุติความรุนแรงนั้นได้ผล แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นซึ่งกระทบต่อหลายภาคส่วน ทั้งด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ ได้สร้างความหวาดระแวงให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก การดำเนินการตามกฎหมายต่อจากนี้จะเข้มข้นขึ้น ซึ่งหลังจากนี้สิ่งที่ต้องระมัดระวังนั่นคือการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารที่อาจจะทำให้เกิดความสับสนในการปฏิบัติงานได้ ขอเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ทุกฝ่ายต้องแก้ไขสถานการณ์และรับแผนเผชิญเหตุได้อย่างทันท่วงที และจำเป็นต้องประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทำงานอย่างเป็นระบบครอบคลุมทุกมิติ การติดต่อสื่อสารเข้าพื้นที่ช่วยเหลือและเสริมกำลังให้แก่กันและกันเพื่อลดการสูญเสียของกำลังเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้พร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป”

————————–