วันเสาร์, 13 สิงหาคม 2565

กอ.รมน.ภาค 4 ชี้แจง เหตุบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จ.ยะลา และพื้นที่ จ.ปัตตานี

วันนี้ 5 กรกฎาคม 2565 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษได้รับแจ้งมีผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามาหลบซ่อนเพื่อเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ ตำบลเกะรอ ออำเภอรามัน จังหวัดยะลา จึงได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบ โดยขอความร่วมมือจาก ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ในการเจรจา ให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ภายในที่พักออกมามอบตัว ต่อมาได้มีนายคอและ อายุ 37 ปี ออกมามอบตัวและยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นที่พัก โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า นายคอและ เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 3 หมาย และได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินกรรมวิธีตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนในบ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 2 ตำบลคลองมานิง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ทำให้มีคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย

ทางด้าน พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงเหตุการณ์ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ที่มีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต หลัง มีการปิดล้อมพื้นที่ ว่า ในระหว่างกระจายกำลังเข้าปิดล้อมและเจรจาให้คนร้ายออกมามอบตัว แต่คนร้ายกลับใช้อาวุธยิงใส่เพื่อเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องตอบโต้ ซึ่งผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ปลอดภัย ส่วนคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย อายุ 30 ปี ข้างศพพบอาวุธปืนพกขนาด .38 ซุปเปอร์ 1 กระบอก และระเบิดขว้างแบบไปป์บอมบ์ จำนวน 2 ลูก ของคนร้ายตกอยู่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาที่มา และประวัติการก่อเหตุต่อไป

สำหรับนายมะยากี เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีหมายจับ ป.วิอาญา จำนวน 5 หมาย มีการก่อเหตุเชื่อมโยงกับเหตุการณ์บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ป่าสาคู รอยต่อ ตำบลปล่องหอย อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 5 – 11 กรกฎาคม 2564 นอกจากนี้ นาย มะยากีฯ ยังเกี่ยวข้องกับการลอบวางระเบิด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 – 2 สิงหาคม 62 อีกด้วย

โดยการปฏิบัติในครั้งนี้ พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำชับให้หน่วยดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรัดกุม เน้นย้ำการเจรจาให้คนร้ายออกมามอบตัว และคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ ซึ่งประสบผลสำเร็จในพื้นที่ จังหวัดยะลา ส่วนในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี คนร้ายยิงต่อสู้จึงทำให้เกิดการเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งหากไม่มีการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ก็จะไม่เกิดการสูญเสียขึ้น

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ให้ข้อมูลคนร้ายที่เข้ามาหลบซ่อนพักพิงในพื้นที่ ทั้ง 2 แห่ง ทั้งนี้หากพบสิ่งผิดปกติและความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรงสามารถแจ้งข้อมูลเข้ามายังเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ หรือ หมายเลขสายตรง แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 หมายเลข 061-1732999 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

——————————-