วันเสาร์, 13 สิงหาคม 2565

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจง เหตุวิสามัญคนร้าย เสียชีวิต 5 ราย พื้นที่ จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส และ จ.ยะลา

 

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจง เหตุวิสามัญคนร้าย เสียชีวิต 5 ราย พื้นที่ จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส และ จ.ยะลา

จากกรณีเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าพิสูจน์ทราบและติดตามบังคับใช้กฏหมายกลุ่มคนร้ายในพื้นที่อ.เมือง จ.ปัตตานีอ.รือเสาะ จ.นราธิวาสและอ.รามัน จ.ยะลาในห้วง 5-8ก.ค.2565 เป็นเหตุให้กลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 5 ราย ตรวจยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ ระเบิดแสวงเครืองและที่พักชั่วคราวได้เป็นจำนวนมากนั้น

 

 

ล่าสุดเมื่อ 8 ก.ค. 2565 : พล.ต. ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รอง ผอ.รมน.ภาค4สน.เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นเดือนรอมฏอนได้พบภาพข่าวความเคลื่อนไหวเตรียมก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่องรวมทั้งได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงทั้งการลอบยิง ลอบวางระเบิดที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินรวมทั้งสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่องหลายเหตุการณ์

 

 

 

จากสภาพดังกล่าว พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผอ.รมน.ภาค4 จึงได้สั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและเข้าติดตามบังคับใช้กฏหมายกับกลุ่มคนร้ายเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฏหมาย ทั้งนี้ได้เน้นย้ำการปฏิบัติในทุกขั้นตอนด้วยความอดทนอดกลั้น ระมัดระวังภายใต้การมีส่วนร่วมของผู้นำ 4 เสาหลักในพื้นที่โดยใช้มาตรการจากเบาๆไปหาหนักด้วยการเจรจาเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียกับทุกฝ่ายแต่กลุ่มคนร้ายไม่ยินยอมให้ความร่วมมือ จึงจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตัวจนนำไปสู่การสูญเสียดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

 

 

1.เมื่อ 5 ก.ค. 2565 ฉก.ทพ.43 ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่ายเข้าติดตามจับกุมบุคคลเป้าที่เข้ามาเคลื่อนไหวและหลบซ่อนพักพิงในพื้นที่ต.คลองมะนิง อ.เมือง จ.ปัตตานี ในระหว่างการเจรจาเกลี้ยกล่อมคนร้ายได้ใช้อาวุธยิงใส่เพื่อเปิดทางหนีจึงจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 1 ราย อายุ 30 ปี มีหมายจับป.วิอาญา 5 หมาย เกี่ยวข้องคดีสำคัญ จากเหตุปะทะพื้นที่ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ จ.ปัตตานีเมื่อปี2564และเหตุระเบิดพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อปี 2562 นอกจากนี้ยังตรวจยึดอาวุธปืนพก1กระบอกพร้อมเครื่องกระสุนและระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอส์มได้2ลูก

 

 

 

2.เมื่อ 6 ก.ค. 2565 เวลา 10.40 ฉก.ทพ.46 ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ลาดตระเวนพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนพักพิงบนภูเขาในพื้นที่บ.สาวอ ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้ตรวจพบที่พักชั่วคราวหลายหลัง ขณะเข้าทำการตรวจสอบได้ถูกกลุ่มคนร้ายยิงใส่จนนำไปสู่การปะทะกันหลายระลอกจนพลบค่ำจึงได้วางกำลังควบคุมพื้นที่และตั้งจุดสะกัดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ปลอดภัย ไม่ทราบความสูญเสียของกลุ่มคนร้าย

 

 

 

และต่อมาเมื่อ 7 ก.ค. 2565 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพบคนร้ายเสียชีวิต2ราย ตรวจยึดอาวุธปืนได้ 6 กระบอก,ตรวจพบระเบิดแสวงเครื่องพร้อมใช้งาน 5 ลูก พี่พักชั่วคราว10หลังและอุปกรณ์ยังชีพอีกหลายรายการ

จากการตรวจสอบประวัติผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย พบมีหมายจับป.วิอาญา รวมกัน5หมาย เคยก่อเหตุสร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของทางราชการและพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก สำหรับอาวุธปืนของกลางตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าส่วนใหญ่เป็นอาวุธที่คนร้ายปล้นแย่งชิงจากเจ้าหน้าที่รัฐและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันศพฐ.10อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์ความเชื่อมโยงกับคดีต่างๆ

 

 

 

ภายหลังเหตุการณ์ มทภ.4/ผอ.รมน.ภาค4 ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวังในการเข้าตรวจชันสูตรศพและเก็บรวบรวมวัตถุพยานและสารพันธุกรรมเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ความเชื่อมโยงทางคดีและขยายผลกับกลุ่มคนร้ายที่เหลือต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้ความสำคัญและเข้าใจในการตรวจชันสูตรศพและสามรรถส่งศพผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

3.เมื่อ 8 ก.ค. 2565 เวลา 06.00 ฉก.ทพ.41ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าติดตามบังคับใช้กฏหมายพร้อมกันหลายจุดในพื้นที่อ.รามัน ขณะเข้าทำการปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายบ.ไม้แก่น ต.เนินงาม อ.รามัน จ.ยะลา กลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนที่หลบซ่อนในบ้านได้ใช้อาวุธยิงใส่จนนำไปสู่การปะทะจากการตรวจสอบพบคนร้ายเสียชีวิต2ราย ตรวจยึดอาวุธปืนได้3กระบอก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ วางกำลังสกัดกั้นเส้นทางหลบหนี เก็บรวบรวมวัตถุพยานและสารพันธุกรรมรวมทั้งการตรวจชันสูตรอัตตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตเพื่อส่งให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

 

 

 

 

จากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้เจ้าหน้าที่จะใช้ความพยายามในการบังคับใช้กฏหมายด้วยความอดทน อดกลั้นด้วยความระมัดระวังอย่างเต็มที่แล้วก็ตามแต่กลุ่มคนร้ายกลับเลือกใช้ความรุนแรงในการตอบโต้จนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าว ในนามของกอ.รมน.ภาค4สน.ต้องขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวไว้ ณ โอกาสนี้

อย่างไรก็ตาม กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยังคงยึดมั่นในหลักการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มเห็นต่างจากรัฐเข้ารายงานตัวแสดงตนและพร้อมช่วยอำนวยความสะดวกเพื่อต่อสู้คดีตามกฏหมายด้วยความเสมอภาคและเป็นธรรม รวมทั้งยังคงเดินหน้าสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกื้อกูลและหนุนเสริมกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่ จชต. ต่อไป