วันอังคาร, 27 กันยายน 2565

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเหตุ อส.ทพ. ยิงปืนหน้าสถานบันเทิงในตัวเมืองยะลาทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

13 ส.ค. 2022
716

 

 

เมื่อ 12 สิงหาคม 2565 พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 สน.) ชี้แจงกรณีเหตุอาสาสมัครทหารพรานก่อเหตุยิงกันที่ผับกลางเมืองยะลา ว่า ตามที่ได้เกิดเหตุอาสาสมัครทหารพรานยิงปืนหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตตัวเมือง จ.ยะลา ทำให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ทราบชื่อคือ อาสาสมัครทหารพราน หัสชัยชาญ ทุ่มนุ่ม สังกัดกรมทหารพรานที่ 49 โดยพฤติกรรมการก่อเหตุทราบว่าอาสาสมัครทหารพรานนายดังกล่าวเข้าไปใช้บริการในสถานบันเทิง ต่อมามีอาการมึนเมาจนขาดสติ และได้เดินออกมาที่รถยนต์ส่วนตัวซึ่งจอดอยู่บริเวณด้านหน้า นำอาวุธปืน AK-47 ออกมายิงกราดไปหลายนัด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บจากการกระทำของกำลังพล ถึงว่าแม้เรื่องดังกล่าว จะเป็นการกระทำส่วนบุคคลก็ตาม แต่ในฐานะของหน่วยบังคับบัญชา จะได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลตามหลักมนุษยธรรม แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติของผู้เสียชีวิต ตามความเหมาะสมต่อไป สำหรับการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมาย โดย กอ.รมน.ภาค 4 สน. จะไม่เข้าไปแทรกแซงหรือชี้นำแต่อย่างใด  รวมทั้งจะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อลงทัณฑ์ทางวินัยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ทั้งหมด รวมไปถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจำนวน 2 ระดับ หากพบว่ามีความผิด หรือบกพร่อง จะดำเนินการลงทัณฑ์ทางวินัยตามความเหมาะสม  ส่วนผู้ก่อเหตุปัจจุบันอยู่ในระหว่างดำเนินกรรมวิธี เพื่อปลดออกจากการเป็นอาสาสมัครทหารพราน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นมาตรการควบคุมบังคับบัญชาและกำชับหน่วยในพื้นที่  กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้ออกวิทยุสั่งการเน้นย้ำ ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น กวดขัน กำกับดูแลการปฏิบัติของกำลังพลในทุกระดับ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีแนวทางในการปฏิบัติอยู่แล้ว เช่น เรื่องการรักษาวินัย การดื่มสุรา การทะเลาะวิวาท การพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร เป็นต้น หากมีการฝ่าฝืนหรือมีเหตุการณ์ซ้ำเดิมขึ้นอีก จะมีมาตรการลงทัณฑ์สถานหนักทั้งผู้กระทำความผิด ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้บังคับบัญชา ของกำลังพลนั้น ๆ ส่วนอาวุธที่นำมาก่อเหตุซึ่งเป็นการนำออกมาจากที่ตั้งหน่วยโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยต้นสังกัดเร่งดำเนินการสอบสวนเพื่อเอาผิดทางวินัยและอาญา ต่อไป

 

——————————————